2007/Jan/10

เมธัส+ดาวหนังสั้น
เด็กดูหนังที่ลองทำหนังจนได้เรื่อง!

ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน หนังสั้นอาจเป็นสื่อไกลตัวของคนส่วนใหญ่ และ 5 ปีก่อนนั่นแหละ มีเด็ก ม.4 คนหนึ่งที่รักการดูหนังยิ่งกว่าแฟน ได้ลองทำหนังสั้นจากเรื่องราวในการบันทึกของเขาเอง มาถึงวันนี้ใคร ๆ ก็รู้จักหนังสั้น และคนดูหนังสั้นหลายคนก็อาจจะเคยเห็นผลงานของเขามาแล้ว ผู้กำกับรุ่นเล็กคนนี้กำลังเรียนปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ มีชื่อว่า เมธัส ฉายชยานนท์

ผมชอบดูหนังตั้งแต่เด็ก ๆ ครับ ตอนประถมอยู่ที่สุราษฎร์ฯ ก็ขอเงินพ่อแม่ไปซื้อวิดีโอมาดู ทึ่งที่เขาเอาเรื่องสมมติมาเล่าแล้วสนุก มันมีความสุขยังไงไม่รู้ แม้กระทั่งตอนกินข้าวก็ต้องเปิดหนังดู พอช่วงม.3 พี่ชายพาไปร้านพี่แว่น ก็เริ่มดูหนังยุโรปมากขึ้น เริ่มดูหนังเพื่อศึกษา

หนังเรื่องแรกชื่อว่า Home Alone ตอนนั้นขึ้น ม.4 ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ผมเริ่มเขียนหนังสือกึ่ง ๆ ไดอะรี่ ว่าเรารู้สึกอะไรกับชีวิตช่วงนั้น พอขึ้นม.5 มีกล้อง เลยลองเอาเรื่องที่เรารู้สึกกับมันจริง ๆ มาทำหนังดู ถ่ายคนเดียว ทำคนเดียว เพื่อนก็เล่นคนเดียว มันมีช่วงหนึ่งที่ผมไม่ได้ออกจากบ้านเลย ก็มานั่งคิดว่าอยู่ได้ยังไง มีมือถือก็โทรหาเพื่อน ข้าวก็กินสำเร็จรูป เออ ทำไมมันเป็นอย่างนี้วะชีวิต ก็เลยเอาตรงนั้นไปทำเป็นหนัง แล้วด้วยความที่ยังตัดต่อไม่เป็น เลยใช้เครื่องอัดวิดีโอ จะเอาเฟรมไฟนก็เลือก Pause เอา เสร็จเป็นเรื่องแรก ห่วยแตกมาก

.ในปีถัดมา เมธัสเริ่มหัดใช้โปรแกรมตัดต่อเป็นแล้ว และเนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับผลงานชิ้นแรก Home Alone จึงถูกเอามาทำใหม่โดยใช้บทเดิม และเวอร์ชั่นใหม่นี่แหละ ที่ไปเตะตาพี่ปุ่น-ธัญสก เจ้าของเว็บไซต์ไทยอินดี้เข้าอย่างจัง

ช่วงต้นปี มีงานมูฟวี่มาเนี่ยของจุฬาฯ ก็เลยลองเอาหนังส่งไป 2 เรื่อง Home Alone กับ Take a Message ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ก็ดีใจ แต่จริง ๆ หวัง Home Alone มากกว่า เพราะว่าผมรู้สึกกับเรื่องนี้มาก ปรากฎว่าไม่ได้ชิงอะไรเลย แต่ที่มันดีกว่านั้นคือ พี่ปุ่น-ธัญสก เขาขอหนังไปฉายในงานไทยอินดี้ แนวทางของไทยอินดี้ คือไม่ว่าหนังมันดีหรือแย่ ถ้าเป็นงานที่เขารู้สึกกับมันมาก ๆ เขาถึงจะเลือก โห แฮปปี้กว่าได้รางวัลอีก

ส่วน Take a Message ก็ได้รางวัลรองชนะเลิศช้างเผือกพิเศษ(ผู้สัมภาษณ์ได้ข้อมูลมาผิด ความจริงคือ หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัล ชนะเลิศ) จากงานมูลนิธิหนังไทย ครั้งที่ 10 มาอีกรางวัล ที่จริงเรื่องนี้ทำเป็นงานชมรมตอนจบ ม.6 ที่เตรียมอุดมศึกษา คือทุกปีจะมีงานพรอมเป็นงานเลี้ยงรุ่น แล้วชมรมนี้มันมีมา 2 ปีแล้ว น่าจะมีผลงานในชมรมไปโชว์บ้าง ก็เลยทำ จนตอนนี้มันก็เริ่มกลายเป็นประเพณีแล้วที่งานพรอมต้องมีหนังจากชมรมนี้

หลังจากเรียนจบจากเตรียมอุดมฯ ทางบ้านซึ่งเป็นคนจีนก็อยากส่งเสียให้เรียนนิติฯ ไม่สนับสนุนให้เรียนทำหนังอย่างที่ใจรั้ก เมธัสจึงต้อง fight หนักพอสมควร ในที่สุดก็ได้เรียนอย่างที่ใจอยากจนได้ ถึงแม้ตอนนี้เพื่อนฝูงที่เคยทำหนังด้วยกันจะแยกย้ายไปคนละทิศทาง แต่เขาก็ใช้วิกฤตนี้เป็นโอการในการสร้างเครือข่ายซะนี่

มันมีโอกาสที่จะชักชวนคนที่น่าจะทำหนังด้วยกันได้มาคุยกัน ก็เลยทำเหมือนบริษัทเล็ก ๆ รับจ๊อบเก็บตังค์ทำหนัง ให้เพื่อนดึงคนที่อยากทำหนังมาทำงาน ตอนนี้มีประมาณ 20 คน ก็ได้ทำหนังเรื่อง I Dream ด้วยกัน พอดีมี Young Thai Artist ของปูนซีเมนต์ ซึ่งเขาไม่ได้กำหนดโจทย์ ก็ลองส่งไปดู ได้รับเลือกเป็น Selected แจกทุนการศึกษาให้

เห็นเริ่มทำหนังสั้นมาตั้งแต่ยังหัวเกรียน แต่ผลงานที่ออกมามีแค่ 3 เรื่อง ไม่ใช่เพราะขยันทำงาน แต่เป็นเพราะเขายึดหลักการทำงานแบบ ช้าแต่ชัวร์

ผมมักจะใช้วิธีการเตรียมงานให้เสร็จก่อนถ่ายมิสตอรี่บอร์ดของแต่ละฉากครบ แล้วค่อยไปดูตอนถ่ายว่ามันดีกว่าหรือแย่ลงจากที่เราเตรียม คือถึงจะเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ แต่กับ paper ที่เรามีมันต้องเป๊ะพอสมควร กว่าผมจะทำหนังเรื่องหนึ่งนี่มันนานมาก ถ้าสมมติตัวบทหรือทีมงานไม่พร้อม จะไม่ทำ คือไม่อยากให้หนังออกมาห่วย ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังรอดอยู่(หัวเราะ)

การทำหนัง อย่าไปมองว่ามันโก้เก๋ ทำแล้วกูเก่ง กูเจ๋ง กูแนว ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องเป็นหนังก็ได้ ผมว่าผมดูออกนะ หนังเรื่องไหนที่คนทำจริงใจกับมัน บางเรื่องผมดูแล้วมัน fake มาก ถ้าดูแล้ว blank มันเสียเวลา ไม่อยากให้มีหนังแบบนี้เกิดขึ้น คือถ้าคนดูไม่รู้เรื่อง หรือเขารู้สึกว่าหนังเราแย่ ผมรู้สึกว่า ไม่ใช่ความผิดคนดู เพราะหนังมันควรจะรับผิดชอบคนดูด้วย ตอนเราทำเป็นหนังของเรา แต่พอเอาไปฉายแล้วเป็นหนังของคนดู รู้สึกคำพูดนี้จะเป็นของพี่เป็นเอก ผมชอบมาก เพราะฉะนั้น อยู่กับมันให้ตกผลึก รู้สึกให้ได้ก่อนว่ามันควรจะดีจริง แล้วค่อยทำ

รักหนังไม่พอ ยังใส่ใจคนดูด้วย แบบนี้สงสัยจะได้ดูหนังดี ๆ จากฝีมือเขาอีกหลายเรื่อง แต่ต้องรออีกหน่อย เพราะเขากำลังปั่นจ๊อบหาทุนตัวเป็นเกลียวอยู่ หรือถ้าใครอยากดูเร็ว ๆ ก็ควักกระเป๋าให้ไปก่อนก็ได้นะ ไม่กี่หมื่นบาทเอง

คอลัมน์ : ดาวมหาลัย
นิตยสาร : สารกระตุ้น
ฉบับที่ : 11
เดือน : ธันวาคม 2549
หน้า : 24
เรื่อง : บะหมี่ผัดขี้เมา
ภาพ : ดวงสุดา



edit @ 2007/01/10 16:00:19

Comment

Comment:

Tweet


อ่า ดาวมหาลัย
#2 by (58.9.57.221) At 2007-01-15 00:49,
ฉบับนี้ลืมไปแล้วน่ะเนี๊ย...อ่านไปไม่กี่คอลัมเอง...ขอคืนมาอ่านด้วย...คิคิคิ
#1 by เอนนิสเดลมาร์ At 2007-01-10 18:08,

ไทยอินดี้
View full profile