2007/Jan/10

หนัง 'เบาๆ' จาก 'ไทยอินดี้'

รายงานโดยทศพร กลิ่นหอม

tossaporn@nationgroup.com

จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพ ธุรกิจ

ฉบับวันที่ 23 ตุลาคม 2549


"โปรแกรมนี้จะเป็นหนังกุ๊กกิ๊กหน่อมแน้ม ดูง่ายๆ แต่ยังไงก็ไม่ทิ้งสไตล์แบบไทยอินดี้นะ" ธัญสก พันสิทธิวรกุล อธิบายถึงที่มาชื่อโปรแกรม ThaiIndie programme 1 : Light ที่ฉายหนังสั้นโดยกลุ่มไทยอินดี้


ซึ่งธัญสกเป็นหัวหน้ากลุ่ม ประสานงานให้กับกลุ่มคนทำหนังอิสระและหนังสั้น ปล่อยผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานหนังสั้นของกลุ่มนี้ถูกเลือกให้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์มามากมาย รวมถึงงานเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ หรือเวิลด์ฟิล์มฯ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 19-21 ตุลาคมที่ผ่านมา (เฉพาะโปรแกรมของไทยอินดี้)

ในโปรแกรม Light ซึ่งฉายรอบ 18.00 น. วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงแกรนด์อีจีวี สยามดิสคัฟเวอรี่ ประกอบด้วยหนังสั้นหลากแนวและหลายอารมณ์ มีเพียงจุดร่วมแบบที่ ธัญสกบอกว่า "ไม่ต้องใช้ความพยายามอดทนในการดูมากนัก" เหตุผลที่เขาอธิบายสรรพคุณหนังของกลุ่มแบบนี้ มีที่มาทั้งจากลักษณะร่วมของหนังจากกลุ่มไทยอินดี้ ที่เน้นความคิดอิสระในการนำเสนอเรื่อง หนังที่ถูกรวมมาไว้ในกลุ่มอาจจะไม่ใช่หนังชนะเลิศรางวัลจากเวทีใด ตรงกันข้ามบางเรื่องอาจเป็นหนังตกรอบแรกมาแล้ว แต่ด้วยวิธีการนำเสนอ เนื้อหาหนังที่น่าสนใจอย่างที่หัวหน้ากลุ่มบอกว่าเป็น "เรื่องที่คนอื่นไม่กล้าเล่า แต่เราจะเล่า" นั่นเอง

หนังสั้นชุดที่พูดถึงนี้ได้แก่ Take a Messege สร้างปี 2005 ยาว 17 นาที แนวหนังเล่าเรื่องหรือ fiction ธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ หนังเป็นผลงานกำกับของ เมธัส ฉายชยานนท์ ที่ทำขึ้นตอนเขาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 6 โดยเนื้อหาไม่มีอะไรโดดเด่น มันคือเรื่องราวของเพื่อนสนิทสองคน และความรักในวัยเรียน ที่พวกเขาใช้ VCD เป็นสื่อกลาง อารมณ์ร่วมสมัยของเรื่องราวเกี่ยวใจผู้ชมให้ติดตามเรื่องได้ไม่ยาก วิธีการเล่าเรื่องที่ใช้ทั้งเพลงป๊อปเพลงรักๆ ใคร่ๆ และการแพนกล้องลำดับภาพย่นย่อระยะเวลา กับการรับส่งอารมณ์ระหว่างนักแสดงนำในเรื่อง ทั้งหมดลงตัว ได้จังหวะจะโคนที่เหมาะสม และที่สำคัญให้ความบันเทิงไม่ต่างจากหนังดราม่า โรแมนติกขนาดยาวเลยทีเดียว

สิ่งที่เมธัสเก็บมาเล่าคือสิ่งใกล้ตัวและอารมณ์คนวัยเดียวกับเขาที่ไม่ได้เสแสร้งและลงตัวพอดีกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่เขาใส่ไว้ จึงไม่แปลกที่เขาคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทช้างเผือกพิเศษ (อายุไม่เกิน 18 ปี) จาก เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 10 ประเทศไทย มาแล้ว

เรื่องถัดมา '?ก่อน / ?before' ใช้แนวทางหนังทดลอง สำหรับถ่ายทอดสิ่งที่ สามารถ สุวรรณรัตน์ ผู้กำกับบอกว่า เป็นมุมมองของเขาที่บอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของเมือง และวิถีชีวิตที่ธรรมชาติถูกผันไปสู่สิ่งสังเคราะห์ สามารถสร้างหนังเรื่องนี้ตอนอยู่เชียงใหม่ และเขายังพำนักที่เชียงใหม่ ปล่อยให้หนังความยาว 12 นาทีเรื่องนี้ ตะลอนไปฉายตามที่ต่างๆ รวมถึงในงาน เทศกาลภาพยนตร์สั้นเอเชีย เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ปีนี้ด้วย

ข้อความเกริ่นถึงหนังในเอกสารงานสร้าง ที่ว่า 'วิถีชีวิตโลกยุคปัจจุบันปัจจัยต่างๆ ทำให้เราคำนึงถึงความสัมพันธ์องค์รวมและความงดงามของชีวิตลดน้อยลง ในวันนี้เรายังไม่เห็นผลร้ายอย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่สายที่จะตั้งคำถาม ก่อนทุกอย่างจะเลวร้ายมากขึ้น' พร้อมกับชื่อเรื่องที่มีเครื่องหมายคำถามแปะไว้ข้างหน้า สะท้อนเจตนาชัดเจน และในเนื้อหนัง คำถามเหล่านี้ถูกเรียงร้อยด้วยภาพที่ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีบทสนทนา มีเพียงเสียงดนตรีประกอบ ที่รายละเอียดของเสียงเชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติ และบ่งบอกบรรยากาศอึดอัด เมื่อมาถึงช่วงของภาพที่เป็นตัวแทนความเจริญแบบเมืองและเทคโนโลยี

ส่วน 'เหตุผลที่เราทะเลาะกัน' หรือ Table's Space ใช้เวลา 13 นาทีในการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคู่เพื่อนชายหญิงในวัยประถมปลาย ที่มักจะทะเลาะกันโดยไม่มีเหตุผล เรื่องง่ายๆไม่มีมูลเหตุ กำกับโดย ณิชา จุไรรัตนาภรณ์ เรื่องนี้ชนะรางวัลขุนวิจิตรมาตรา เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 10 ประเทศไทย และได้รับรางวัลประกาศนียบัตรชมเชย ประเภทช้างเผือก เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 10 ประเทศไทย

หนังของณิชา ไม่ได้ไขความกระจ่างหรือระบุบทสรุปชัดแจ้งว่า 'เด็กชายและเด็กหญิงทะเลาะกันเป็นประจำเพราะอะไร' แต่หนังของเธอได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม และทิ้งรอยยิ้มบนใบหน้า รวมถึงทิ้งร่องรอยความผูกพันของเด็กสองคนบนจอไว้ให้คนดูรู้สึกอบอุ่นตามไปด้วย

ช่วงกลางของโปรแกรม 'นวด' หรือ Massage หนังแอนิเมชันที่เป็นได้ทั้งมิวสิควิดีโอประกอบเพลง 'นวด' ของวง T-Bone และเป็นหนังสั้นที่ใช้ภาพเล่าเรื่องและเนื้อเพลงเป็นสื่อส่งอารมณ์ ระหว่างที่เราได้เห็นเจ้าก้อนแป้ง (ตามเนื้อเรื่อง) รูปทรงสามเหลี่ยมแปลกตา ออกลีลานวดๆ ด้วยความรัก เกิดรัก เกิดคู่รักและพยานแห่งความรัก ผลงานเรื่องนี้เป็นของผู้กำกับ ธวัชพงศ์ ตั้งสัจจะพจน์ แอนิเมเตอร์รายเดียวในกลุ่มไทยอินดี้ขณะนี้ ความน่ารักน่าเอ็นดูของหนังและพลังการสร้างสรรค์เส้นเคลื่อนไหว การันตีด้วยรางวัลมากมาย รวมถึง รางวัล MV แอนิเมชันยอดเยี่ยม แชนแนลวี อะวอร์ด ประเทศไทยปี 2006 รางวัลรองชนะเลิศปยุต เงากระจ่าง เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 10 ประเทศไทย และยังได้ฉายใน เทศกาลแอนิเมชันนานาชาติไต้หวัน ไทเป กับ งาน ดิ ออริจินัล นีโอ เอสเธติค แอนิมามิกซ์ ประเทศจีน ด้วย

'เซ็กซ์ไม่เจ็บ?' หรือ Painless Sex? กำกับโดย ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ และนฤมล ใจสะอาด ที่ผู้กำกับเผยว่าเป็นหนังสร้างตามโจย์ของเวทีเทศกาลหนังม่านรูด ประเทศไทย ปี 2548 ซึ่งพวกเขาคว้ารางวัลชมเชยมา หนังว่าด้วยความปรารถนาทางเพศที่เกิดขึ้นด้วยการสัมผัส เล่าผ่านเรื่องของครอบครัวพ่อแม่ลูก และการสัมผัสที่ก่อเกิดอารมณ์ตึงเครียดทางเพศแม้จะไม่มีฉากใดโป๊เปลือยเลยก็ตาม มุมกล้องและการตัดต่อสร้างบรรยากาศนี้ขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หนังเน้นบรรยากาศมากกว่าเรื่องราวยังรวมถึง 'Upper Story' ความยาว 5 นาที ของผู้กำกับ ปฐมพล เทศประทีป นำเสนอชีวิตในยามค่ำคืนบรรยากาศของแจ๊สบาร์และร้านอาหาร ที่ใช้การเสนอภาพเชิงทดลอง ผู้กำกับบรรยายหนังเรื่องนี้ไว้ว่า 'นำเสนอภาวะของการรักษาความสมดุลทางอารมณ์ และการพยายามควบคุมจังหวะของสิ่งที่รับเข้ามาให้คงที่ การออกไปสู่ห้วงที่ไร้สำนึกเพื่อผ่อนคลายเนื่องด้วยภาวะที่ถูกบีบและจำกัดในช่วงหนึ่งๆ ของผม'

จังหวะที่ใช้ถ่ายทอดอารมณ์นั้นเกิดทั้งจากเสียงดนตรีแจ๊สเข้มข้น เสียงประกอบจากบรรยากาศรอบๆ ข้าง และเสียงสังเคราะห์ที่มีผลต่ออารมณ์คนฟังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ปฐมพลพาผู้ชมท่องไปในบรรยากาศนั้นกับเขา

ท่าทางดูเป็นมิตรจากหนังเรื่องก่อน ถูกบั่นทอนไปด้วย ยุเรียมเป็นผัวฝรั่ง / Yuriem est le mari d'un e'trangere กับการนำเสนอแบบนิ่ง เงียบ พูด หยุด เดิน นั่ง หมุนตัว โคลสอัพและทิ้งภาพระยะไกล ทั้งล้วนเป็นการเล่นเทคนิคด้วยความมุ่งหมายที่ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับ (และตำแหน่งอื่นๆ) สารภาพภายหลังว่า "ต้องการเล่นกับคนดู ว่าจะตีความกันไปถึงไหน โดยที่ผมทำโดยไม่คิดอะไรเลย"

อย่างไรก็ตาม หนังยาวถึง 30 นาที ที่เห็นหญิงชายคู่หนึ่งเคลื่อนย้ายจากสถานที่หนึ่งสู่สถานที่หนึ่ง โดยไม่น่าจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอันใด รวมถึงฉากกลางทุ่ง ที่ฝ่ายชายยืนตีฉิ่ง ส่วนฝ่ายหญิงยกขวดยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินดื่ม ทั้งหมดไม่มีคำอธิบาย การเล่าเรื่องก็ไม่มีวี่แววของการถอดความหมาย ทำให้ผู้ชมรายหนึ่งยกมือขึ้นถาม "ตีฉิ่งกับกระต่ายบิน หมายถึงอะไร"

โดย นวพล ไขข้อข้องใจเพียงว่า "คุณคิดว่าเป็นอะไรก็ได้ เพราะตอนทำผมไม่ได้คิดอะไรเลย" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในตอนท้ายของหนังและคำตอกย้ำของผู้กำกับระบุชัดว่า งานนี้เขา 'ทดลอง' เล่นภาษาหนังกับคนดู ด้วยความเคารพรักต่อหนังจากภาคพื้นยุโรปที่เขาชื่นชอบ และแนวทางที่เขาเอามาใช้ก็เป็นเอกลักษณ์ของการเล่าเรื่องของหนังภูมิภาคนั้นซะด้วย

สรุปได้ว่า 'ยุเรียมเป็นผัวฝรั่ง' เป็นหนังเชิงทดลอง ที่บอกเรื่องย่อไว้ว่า 'หลังจากที่หญิงสาวลึกลับคนหนึ่งออกมาจากหลุมหลบภัยทางอากาศ เธอก็สูบบุหรี่กลางทุ่ง และยิ่งไปกว่านั้น ยุเรียมก็ยังเป็นผัวฝรั่งด้วย' หากต้องการรู้ความหมาย ย้อนกลับไปอ่านคำอธิบายของผู้กำกับจากย่อหน้าที่ผ่านมา

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ คนที่ทำเรื่อง SEE หนังสั้นแนวสารคดีว่าด้วยพ่อผัดข้าว กินข้าวและดูทีวี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลป๊อปปูล่าโหวต จากงานแฟตฟิล์มส์ อวอร์ด ปีนี้นั่นเอง

เรื่องเล่าเบาๆ ของไทยอินดี้ในโปรแกรมนี้ยังมีอีก 2 เรื่อง 2 แนว ที่เข้มข้นด้วยองค์ประกอบที่ต่างไป สำหรับ 'ปลายทาง' หรือ You are where I belong to แนวสารคดีโดย ธัญสก พันสิทธิวรกุล ที่เกริ่นนำเรื่องไว้ว่า 'ไม่ว่าจะไปที่ไหน.....ผมก็คิดถึงคุณ' แต่ไม่ใช่หนังรักหวานแหวว ทว่าเป็นภาพบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ที่เขาจดจำ ตั้งแต่ระดับเปลือกผิวนอก ไปจนถึงฉบับเปลือยล่อนจ้อน มีช่วงเปลือยใจให้เห็นด้วย งานที่ค่อนข้างเป็น 'ส่วนตัว' เรื่องนี้ มีมุมมองที่ไม่เฉพาะบางคนเท่านั้นอาจจะแบ่งปันได้

ปิดท้ายโปรแกรมด้วย หนังสั้นสารคดีแต่เต็มตื้นด้วยอารมณ์ดราม่า จากเรื่องจริงของหนุ่มนักแข่งรถกับดีเจสาววิทยุชุมชน ที่โชคชะตากลับเล่นตลกอีกครั้งให้ทั้งคู่ต้องอยู่ในองศาที่ต่างกัน ผู้กำกับ มนต์ชัย ฉัตรบำรุงสุข ทำหนังเรื่องนี้จากโจทย์ 'เอาเพลงมาทำเป็นหนัง' เพื่อส่งประกวดเทศกาลแฟตฟิล์มเฟสติวัล ครั้งที่ 4 ประเทศไทย ในชื่อเรื่อง 'องศาที่ต่างกัน' หรือ Different Degree

แน่นอนเพลง 'องศาที่ต่างกัน' ของวง เดอะ มัสท์ ถูกใช้เป็นเพลงประกอบและคุมอารมณ์ของหนังด้วย ระหว่างที่เราเห็นภาพของดีเจสาวคนนั้นเล่าถึงอดีต ความรักหวานชื่นและการสูญเสียคนรักของเธอไป การตัดต่อภาพช่วงเวลาส่วนตัวของดีเจสาวสลับกับการสัมภาษณ์ที่อาศัยมุมกล้องในการต่ออารมณ์ ทำให้หลายคนออกอาการซึมลึก โดยลืมไปว่าเรื่องเล่าที่อยู่ตรงหน้าเป็นเรื่องราวของคนที่เราไม่เคยรู้จักเลย

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลงานของกลุ่มไทยอินดี้ได้ที่ www.thaiindie.com แว่วว่าปลายปีนี้อาจจะมีดีวีดีรวมหนังสั้นของพวกเขาออกวางแผงให้คนที่พลาดโอกาสได้หามาชม

อ่านคำวิจารณ์อื่น ๆ ที่

http://thaiindie.exteen.com/20061022/entry-2


edit @ 2007/01/10 18:11:52

Comment

Comment:

Tweet


ไทยอินดี้
View full profile